อะไร ๆ ก็ยากเสมอถ้าเราไม่ได้ลงมือทำมัน
แค่คิดน่ะมันยาก เพราะช่องว่างระหว่างความคิดกับการกระทำนั้นมันมากโขเชียวละ
แต่เมื่อเราลองทำมันดูแล้ว เราอาจจะคิดว่า เอ๊ะแม่งง่ายอย่างนี้ ทำไมเราไม่ทำมันตั้งแต่แรกว้า..
 
การออกแบบอะไรซักอย่างก็เช่นกัน ใคร ๆ ก็คิดว่ามันยาก
ก็มันยากจิง ๆ นี่หน่าผมเห็นคนเก่ง ๆ เขาต้องไปเรียนกันถึงเมืองนอกเมืองนาเลยนะพี่กว่าจะออกแบบ
อะไรที่มันเจ๋ง ๆ ออกมาได้เนี่ย.. มันก็จริงแหละไอ้น้อง เมืองนอกทำให้เราเห็นอะไรกว้างกว่าสิ่งที่เรา
เห็นอยู่ในปัจจุบัน มันอาจจะเปลี่ยนทัศนคติของเราไปแทบทั้งหมด แต่โดยสรุปแล้วแก่นแท้ของการ
ออกแบบนั้นมันยังไม่เปลี่ยนหรอกจ๊ะ
 

 
1. ทำความรู้จัก
 

      สวัสดีครับ ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ คุณ "งาน" คุณชอบกินอะไรหรอครับ ชอบไปเที่ยวที่ไหน เป็นอยู่อย่างไร ใช่เลย! อันดับแรกเราต้องทำความรู้จักกับงานที่เราได้รับมาให้ถ่องแท้ซะก่อน ว่าวัตถุประสงค์ของงานชิ้นนี้คืออะไรทำไมเราต้องทำงานชิ้นนี้ ทำงานชิ้นนี้ไปเพื่อใคร และตอบสนองใคร ฯลฯ อีกมากมาย.. หรือจะลองนำหลักการ 5W2H ไปประยุกต์ใช้ก็ได้นะ
 
5W2H
What = ทำอะไร,, เห้ยงานนี้ตกลงเขาให้ทำอะไรกันแน่วะ ?
Where = ทำที่ไหน,, งานนี้เราจะเอาไปใช้กันที่ไหนว้า ?
When = ทำเมื่อไหร่,, งานนี้เขาจะใช้เมื่อไหร่วะ (ถ้าช่วงหน้าฝนจะหน้าเอาร่มไปด้วย :P) ?
Why = ทำทำไม,, งานนี้เราจะทำไปทำไมวะ อยู่เฉย ๆ ก็ดีแล้ว หาเรื่องน่า
Who = ทำกับใคร,, งานนี้เราจะทำให้ใครดูวะ คนแก่ เด็ก หรือหนุ่มสาว เขาจะชอบหรือเปล่า ?
How = ทำอย่างไร,, คิดไว้ยัง จะทำยังไง วางขั้นตอนไว้คร่าว ๆ ด้วยจะได้ไม่งง
How much = ราคาเท่าไหร่,, เรื่องราคา ก่อนรับงานมาก็ต้องดูให้ดีด้วยนะ ว่าเราจะคิดราคาเขาเท่าไหร่ ถ้าไม่เคยรับงานด้านนี้มาก่อน ก็ถามผู้รู้ ไม่ว่าจะเป็นอาจารย์หรือเพื่อนของเราที่เคยทำงานด้านนี้ เขาน่าจะช่วยเราได้น่า
 
 
 
2.ทำความคุ้นเคย

 
      ลูบ ๆ คลำ ๆ  ลูบ ๆ คลำ ๆ เย้ยย ไม่ใช่ซะกะหน่อย ที่ผมให้ทำความคุ้นเคยหมายถึงว่า.. เวลาเราทำงานน่ะ ถ้าเป็นนักออกแบบจริง ๆ พอรับงานมา และทำความรู้จักกับมันเรียบร้อยแล้วน่ะ เขาก็ต้องออกไปทำความคุ้นเคยกับมันน่ะสิ ไม่ว่าจะเป็นการออกไปหาข้อมูลในห้องสมุด ไปสำรวจสถานที่จริง กลุ่มเป้าหมายจริง.. ทำตัวเหมือนกับนักแม่นปืนที่กำลังหาที่ซุ่มยิง แล้วพอเราคุ้นเคยกับงาน เราก็จะมองเห็นภาพในสิ่งที่เราจะทำมากขึ้นนั่นแหละ
 
 
 
3.ฉายสไลด์

 
      สมองของเรามันทำอะไรได้หลายอย่างมาก ทั้งคิดคำนวณ ทั้งท่องจำ ก.ไก่ ข.ไข่ และสูตรคูณแม่นู่นแม่นี่ อภิมหาแม่ เต็มไปหมด เรายังอุตส่าห์จำมันได้ ไม่เว้นแม้แต่การฉายสไลด์!! ใช่คุณก็ทำได้ แค่นำข้อมูลต่าง ๆ จากข้อ 1 และ ข้อ 2 ที่ได้ทำความรู้จักและคุ้นเคยกับคุณงาน มาฉายสไลด์เป็นภาพคร่าว ๆ และนำข้อมูลเหล่านั้นมาประติดประต่อกันด้วยสมอง แล้วให้ลองนึกถึงสิ่งที่เราจะออกแบบ ให้ลองสเก็ตซ์บนสไลด์คร่าว ๆ ว่าเราจะทำมันออกมาอย่างไรดี
 
 
 
4.คัดตัวนักกรีฑา

 
      เมื่อเราได้ภาพสเก็ตซ์จากสมองเราเรียบร้อยแล้ว อย่ารอช้า.. ให้รีบเขียนลงไปในกระดาษว่าง ๆ ซักหนึ่งใบอย่างรวดเร็ว (ช้าเดี๋ยวลืม!) แล้วนำงานสเก็ตซ์นั้นมาเป็นแนวคิดหลักและสเก็ตซ์เพิ่มอีกให้เยอะที่สุดเท่า ที่จะเค้นออกมาได้.. กระดาษแต่ละแผ่นที่เราสเก็ตซ์ออกมานั้น ก็เปรียบเสมือนกับนักกรีฑา 1 คน ยิ่งเรามีนักกรีฑามาสมัครคัดเลือกมากขึ้นเท่าไหร่ แสดงว่าเราก็ต้องมีโอกาสที่จะได้นักกรีฑาที่วิ่งเร็วที่สุดมากขึ้นเท่านั้น
 
 
 
5.ทำมันให้จบ!

 
      เย้! ได้นักกรีฑาที่วิ่งเร็วที่สุดแล้ว อย่ารอช้ารีบพานักกีฬาคนนั้นไปแข่งขันโดยทันที เขามีโอกาสสูงมากที่จะได้รับรางวัลเหรียญทอง!! ใช่แล้ว ก็เพราะว่าเขาเป็นคนที่คุณคัดมาจากนักกรีฑานับสิบนับร้อยคนนี่หน่า เขาต้องเก่งมากแน่ ๆ อย่าตัดความเชื่อมั่นในตัวเองเป็นอันขาด ว่างานของคุณไม่ดีหรอก สู้คนอื่นไม่ได้หรอก เขาดีกว่าเราตั้งเยอะแยะ.. ใช่ที่ไหน!! เราก็มีดีเหมือนกัน จะไปกลัวทำไม
 
 

Comment

Comment:

Tweet

big smile

#3 By AtTr@cti๐N on 2011-07-03 10:33

สำหรับข้อมมูลดีๆเยี่ยมมากHot! Hot! Hot! open-mounthed smile

#2 By myidear on 2011-07-03 09:00

ถูกครับ พูดถูกครับ
บทความเอนทรี้นี้สามารถนำไปใช้กับทุกเรื่องได้ครับ

#1 By บ้านชาวนา on 2011-07-02 23:19